top of page
FAQ คำถามที่พบบ่อย
โรคไต
ทั่วไป
A:สำหรับผู้ที่เพิ่งทราบว่าไตเริ่มทำงานลดลงในระยะ 1-3 อย่าเพิ่งกังวลใจไปนะครับ ระยะนี้ยังไม่ต้องงดโปรตีนอย่างเข้มงวด แต่หัวใจสำคัญคือการเลือกทาน โปรตีนคุณภาพสูง (High Biological Value - HBV) ในปริมาณที่พอเหมาะกับน้ำหนักตัว (ประมาณ 0.8 - 1.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้หมดโดยเหลือของเสียน้อยที่สุด
ทางเลือกที่ดีกว่า: โปรตีนจากไข่ขาว ถือเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพเยี่ยมที่ย่อยง่ายและทิ้งของเสียไว้ในเลือดน้อยมาก ช่วยให้คุณยังคงสนุกกับการทานอาหารมื้ออร่อยได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดต่อสุขภาพครับ
A:เมื่อเข้าสู่ระยะที่ 4 และ 5 ไตจะทำงานได้น้อยลง การดูแลอาหารจึงต้องละเอียดอ่อนขึ้นครับ สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ การจำกัดปริมาณโปรตีนให้ลดลง (ประมาณ 0.6 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) เพื่อชะลอความเสื่อมของไตและยืดระยะเวลาการฟอกไตออกไป นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังแร่ธาตุ 3 ชนิดอย่างใกล้ชิด ได้แก่ โซเดียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม
ทางเลือกที่ดีกว่า: ผลิตภัณฑ์เส้นไข่ขาวนิ่มนิ่ม (Nimnim) ถูกคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ เพราะปราศจากฟอสฟอรัส โซเดียมต่ำ และให้โปรตีนไข่ขาวบริสุทธิ์ ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้คุณได้อร่อยกับเมนูเส้นที่คิดถึงได้อย่างสบายใจครับ
A:ค่า GFR (Glomerular Filtration Rate) พูดง่ายๆ ก็คือ "ตัวเลขบอกประสิทธิภาพการกรองของเสียของไต" ยิ่งตัวเลขนี้สูง แปลว่าไตยังทำงานได้ดี แต่ถ้าตัวเลขลดลง แปลว่าไตเริ่มเหนื่อยล้าครับ
ความเกี่ยวข้องกับโปรตีนคือ เมื่อเราทานโปรตีน ร่างกายจะเกิด "ของเสีย" จากการย่อยสลาย (เช่น ค่า BUN) หากค่า GFR ต่ำ ไตจะขับของเสียเหล่านี้ออกไม่ทัน ทำให้เกิดการสะสมในเลือด ดังนั้น การเลือกทานโปรตีนคุณภาพดีที่ทิ้งของเสียน้อยอย่างไข่ขาว จึงเป็นวิธีช่วยแบ่งเบาภาระของไตโดยตรง ทำให้ไตไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไปครับ
A:มีส่วนใช่ครับ ค่า BUN (Blood Urea Nitrogen) คือปริมาณของเสียที่เกิดจากการสลายโปรตีนในร่างกาย หากค่า BUN สูง มักสะท้อนว่าเราอาจทานโปรตีนมากเกินกว่าที่ไตจะขับออกได้ทัน หรืออาจเกิดจากการทานโปรตีนที่ "คุณภาพต่ำ" ซึ่งเหลือของเสียทิ้งไว้เยอะ
อย่างไรก็ตาม ค่า BUN ที่สูงอาจมาจากสาเหตุอื่นได้ด้วย เช่น ภาวะขาดน้ำ หรือทานยาบางชนิด การแก้ปัญหาเบื้องต้นคือการปรับมาทานโปรตีนสะอาดอย่างไข่ขาวในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อลดระดับของเสียในเลือด พร้อมกับดื่มน้ำให้เพียงพอตามคำแนะนำของแพทย์ครับ
A:หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมก่อนฟอกไตต้องคุมโปรตีนอย่างหนัก แต่พอเริ่มฟอกไตแล้วกลับต้องทานเพิ่มขึ้น? สาเหตุเป็นเพราะในระหว่างกระบวนการฟอกเลือดหรือล้างไตทางหน้าท้อง ร่างกายจะ สูญเสียโปรตีนและกรดอะมิโนจำเป็นหลุดออกไปกับน้ำยาล้างไตด้วย หากเติมโปรตีนกลับเข้าไปไม่ทัน ผู้ป่วยอาจเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร กล้ามเนื้อฝ่อลีบ และอ่อนเพลียได้ง่าย ผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงต้องการโปรตีนสูงถึง 1.2 - 1.3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว ซึ่งการทานเส้นไข่ขาวนิ่มนิ่มในมื้ออาหาร เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มโปรตีนคุณภาพสูงได้อย่างอร่อย ไม่จำเจ และไม่ฝืนใจทานครับ
A: กรดอะมิโนจำเป็นคือ "จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ" ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้นครับ สำหรับผู้ป่วยโรคไต การได้รับกรดอะมิโนจำเป็นที่ครบถ้วนจากโปรตีนคุณภาพสูง (เช่น ไข่ขาว) จะช่วยให้ร่างกายนำไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อได้หมดจด 100% โดยไม่หลงเหลือ "ขยะ" หรือของเสียตกค้างในกระแสเลือด ช่วยให้ไตไม่ต้องออกแรงขับทิ้งครับ
A: ต้องระวังอย่างมากครับ เวย์โปรตีนทั่วไปมักมีปริมาณ "ฟอสฟอรัส" และ "โพแทสเซียม" แฝงอยู่สูง รวมถึงอาจมีสารปรุงแต่งรสชาติ หากไตทำงานลดลง (ระยะ 3b-5) จะขับแร่ธาตุเหล่านี้ออกไม่ทันและเกิดการสะสมจนเป็นอันตราย 💡 ทางเลือกที่ดีกว่า: หากต้องการโปรตีนที่ทานง่าย นวัตกรรมเส้นหรือข้าวไข่ขาวจากนิ่มนิ่ม (Nimnim) เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เพราะมาจากไข่ขาวแท้ ไร้ฟอสฟอรัส และคำนวณสัดส่วนโปรตีนมาให้ง่ายต่อการจัดมื้ออาหารครับ
A: ไม่จำเป็นต้องงดทุกชนิดครับ แต่ควร "หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์สีแดง" (เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู) เพราะมีสารครีเอทีนสูง เมื่อร่างกายเผาผลาญจะกลายเป็นของเสีย (Creatinine) ให้ไตต้องเหนื่อยกรองทิ้ง 💡 ทางเลือกที่ดีกว่า: เปลี่ยนมาทานโปรตีนสีขาว เช่น ปลา อกไก่ และที่ปลอดภัยที่สุดคือ "ไข่ขาว" เพราะแทบไม่มีของเสียตกค้าง ช่วยควบคุมค่า Creatinine ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
A: เกิดจาก "ตัวกรองของไต (Glomeruli) ชำรุด" ครับ ปกติไตจะกักเก็บโปรตีนที่มีประโยชน์ไว้ในเลือด แต่เมื่อไตเกิดการอักเสบหรือเสื่อมสภาพ รูตระแกรงกรองจะกว้างขึ้น ทำให้โปรตีนรั่วซึมออกมากับปัสสาวะ (มักสังเกตเห็นปัสสาวะเป็นฟองฟอดคล้ายฟองเบียร์) นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญว่าคุณต้องรีบดูแลไตและควบคุมโภชนาการอย่างจริงจังครับ
ข้อควรระวัง (Disclaimer): ข้อมูลเบื้องต้นเป็นแนวทางโภชนาการทั่วไปสำหรับผู้ดูแลสุขภาพ
สภาพร่างกายและผลเลือดของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารทุกครั้ง
bottom of page



